อาร์เซนอล อัพเวลมาติเนลลี่ดันขึ้นชุดใหญ่ร่วมซ้อมกับแข้งสตาร์

อาร์เซนอล

    ดาวรุ่งแซมบ้า กาเบียล มาติเนลลี่ถูกอาร์เซนอลคว้าตัวมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ท่ามกลางความดีใจของพลพรรคกันเนอร์ที่ได้เพชรเม็ดงามแห่งวงการลูกหนังเซเลเซามาเสริมทีม แม้เจ้าตัวจะเพิ่งได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกไปเพียง6นาที(เปลี่ยนเป็นตัวสำรอง)แต่ระหว่างนี้มาติเนลลี่กำลังค่อยๆปรับตัวเข้ากับอาร์เซนอลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของปืนโต

   กาเบียล มาติเนลลี่เคยได้ขัดเกลาฝีเท้ากับอะคาเดมี่ของโครินเธียนส์(ลีกของบราซิล)ในช่วงอายุ9-13ปี ก่อนจะได้ก้าวขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรอิตูอาโน่(ลีกของบราซิล)ด้วยวัยเพียง16ปี ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอันดับต้นๆของบราซิล จึงทำให้เอดูผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่ของอาร์เซนอลใช้เส้นสายในบ้านเกิดเพื่อดึงตัวมาไว้ในอดีตต้นสังกัดด้วยสนนราคาเพียง5ล้านปอนด์เท่านั้น และการโยกมาค้าแข้งในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมยังทำให้เจ้าหนูวัย18ปีได้ซึมซับประสบการณ์กับสตาร์อย่างเมซุต โอซิล,ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยอง,ดาวิด ลุยซ์ และนิโกล่า เปเป้

มาติเนลลี่รับเหมือนฝันซ้อมกับนักเตะ อาร์เซนอล ที่เล่นในวีดีโอเกมส์

   อูไน เอเมรี่เชื่อมั่นในฝีเท้าของมาติเนลลี่อย่างมากด้วยการให้ร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในทันที “ บอกตรงๆนะครั้งแรกที่ได้ซ้อมกับนักเตะรุ่นใหญ่ของอาร์เซนอลผมนี่เหวอไปเลย เพราะผมเคยเห็นพวกเค้าแต่ในเกมFIFAยังไงละ แต่ตอนนี้เค้าอยู่ตรงหน้าผมแล้ว มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ” เจ้าของเสื้อหมายเลข35กล่าวอย่างตื่นเต้น

   “ เจ้านายเป็นคนที่รอบรู้ในเชิงลูกหนังจริงๆ รายละเอียดบางอย่างที่ผมไม่เคยให้ความสำคัญในบราซิลแต่กลับต้องมาฝึกใหม่อย่างจริงจังที่นี่ มันเป็นประสบการณ์ใหม่ และผมเองก็พร้อมที่จะเรียนรู้มัน ผู้คนมักพูดว่าลีกอังกฤษเป็นลีกที่ยากที่สุด วันนี้ผมอยู่ที่นี่แล้ว ผมไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหนผมรู้แค่ผมต้องรับมือมันให้ได้ ” มาติเนลลี่พูดถึงพรีเมียร์ลีกอย่างฮึกเหิม

   มาติเนลลี่ยังได้ยืนยันว่าเค้าปรับตัวกับประเทศอังกฤษได้เป็นที่เรียบร้อย “ เอดูบอกเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของอาร์เซนอลมากมาย เค้าบอกว่าผมจะก้าวเป็นนักเตะที่ดีขึ้นได้กับทีม การต้องย้ายมาเล่นฟุตบอลในประเทศนี้ก็แปลกใหม่สำหรับผมอย่างมาก โชคดีที่ผมได้เอดูเป็นพี่เลี้ยง เค้าคอยช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง ซึ่งมันช่วยทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถตั้งสมาธิในการซ้อมกับทีมได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น  ”

เชลซี นักเตะเหลือพร้อมเฉดหัวบากาโยโก้กลับไปเล่นลีกเอิงอีกราย

เชลซี

   ทั้งๆที่ตัวผู้เล่นที่เหลือใช้งานได้ก็มีไม่มากแต่เชลซีก็ยังไม่แยแสต่อเรื่องนี้และพร้อมจะพิจารณาปล่อยตัวติเอมู บากาโยโก้กองกลางเลือดน้ำหอมให้กับโมนาโกอีกราย โดยโมนาโกกำลังเจรจาดึงตัวบายาโยโก้กลับไปช่วยทีมอีกครั้งหลังจากเคยลงเล่นในสตาด หลุยส์ เดอซ์มาแล้วในช่วงปี2014-16

   ติเอมู บากาโยโก้อยู่ทีมโมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงในซีซั่น2016/17 จนถูกยกย่องว่าจะดาวรุ่งพุ่งแรงของลีกแดนน้ำหอม และทำให้เชลซีใช้เงิน40ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี2017 ทว่าเมื่อย้ายมาเป็นนักเตะสิงห์บลูเจ้าตัวไม่อาจปรับตัวในพรีเมียร์ลีกได้เลย และถูกกีดกันออกจากทีมชุดใหญ่ของเชลซีในระยะหลัง จนทำให้สถิติที่ดาวเตะวัย25ปีได้ลงเล่นในสีเสื้อน้ำเงินครามครั้งสุดท้ายนั้นต้องย้อนไปในเดือนพฤษภาคมในปี2018เลยทีเดียว(เกมนัดชิงเอฟเอคัพที่เชลซีแพ้แมนยู0-1)

บากาโยโก้นักเตะของ เชลซี รับอยากกลับมิลานแต่ลุ้นไม่ขึ้นจำใจกลับโมนาโกแทน

   มิลานได้ยืมตัวติเอมู บากาโยโก้ไปใช้งานในซีซั่นที่แล้ว และกองกลางดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้ลงเล่นผ่านยูนิฟอร์มแดง-ดำไปถึง42แม็ตซ์ ทว่าด้วยผลงานหนึ่งประตูและหนึ่งแอตซิสต์ก็ไม่ประทับใจเพียงพอที่จะทำให้ปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่ยอมซื้อขาด และส่งตัวกลับคืนให้เชลซี แม้ว่าที่จริงแล้วบากาโยโก้อยากค้าแข้งในถิ่นซานซิโร่ต่อไปก็ตาม “ จากใจเลยผมอยากกลับไปช่วยมิลานต่อ ซีซั่นนี้ พวกเค้าจะได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกและเรายังมีภาระที่ต้องทำกันต่อ แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม ผมทำอะไรไม่ได้ในเมื่อทั้งสองสโมสรไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ ” อดีตดาวรุ่งโมนาโกกล่าวอย่างหมดหวัง

    อย่างไรก็ตามโมนาโกอดีตต้นสังกัดก็รับบากาโยโก้กลับมาใช้งานต่อ ผ่านสัญญายืมตัวเป็นเวลาหนึ่งซีซั่น และหากติดใจก็จะสามารถซื้อขาดได้ที่สนนราคา42.5ล้านปอนด์ โดยเทรนเนอร์เลโอนาร์โด้ ชาดิมที่เคยร่วมงานกับนักเตะมาแล้วยังเชื่อว่าจะสามารถขัดเกลาฝีเท้านักเตะรายนี้ให้กลับมาเป็นเพชรเม็ดงามแห่งวงการลูกหนังฝรั่งเศสอีกครั้ง “ ผมรู้สึกดีใจที่กลับมาสวมเสื้อโมนาโกอีกครั้ง ใช่ผมทำได้กับมิลานแต่มันผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ผมหวังเพียงจะนำโมนาโกให้กลับไปสู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น ” บากาโยโก้กล่าวทิ้งท้าย

ลูกากู สะใจประเดิมประตูแรกในเซเรียอาตอบแทนงูใหญ่ที่ไว้ใจ

ลูกากู

   แม้จะยังโดนแซวว่าอ้วนเกินไปแต่ในที่สุดโรเมลู ลูกากูก็ทั้งลดน้ำหนักและเร่งความฟิตจนมีชื่อเป็น11ผู้เล่นตัวจริงในกับอินเตอร์ในเกมนัดแรกของฤดูกาล2019/20จนได้ ที่สำคัญเจ้าตัวยังเติมรอยยิ้มให้กับแฟนบอลเนรัซซูรี่ได้อีกต่างหากเมื่อทำประตูจากการลงเล่นในเกมดังกล่าวอีกต่างหาก ซึ่งสร้างความปราบปลื้มให้กับหัวหอกชาวเบลเยี่ยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกลับมายิงประตูได้อย่างเป็นทางการในรอบ5เดือน(ยิงประตูสุดท้ายให้แมนยูเดือนมีนาคม)

   อินเตอร์มิลานลงเล่นในจูเซปเป้ เมอัซซ่าต้อนรับการมาเยือนของเลชเช่ โดยนับเป็นเกมแรกที่โรเมลู ลูกากูได้รับโอกาสลงเล่นในสีเสื้อดำ-น้ำเงินอีกต่างหาก และในนาทีที่60อดีตกองหน้าปีศาจแดงก็หลุดไปแปบอลไหลเข้าตุงตาข่ายเป็นประตูที่สามให้กับทีมงูใหญ่ และทำให้จบเกมต้นสังกัดของเค้าชนะเลชเช่ไปอย่างขาดลอย4-0 จนแม้แต่เทรนเนอร์อันโตนิโอ คอนเต้ก็ยังต้องเอ่ยปากชื่นชมผลงานของลูกากู

คอนเต้ฟุ้งเลือกไม่ผิดหลังเห็นความทุ่มเทของ ลูกากู กับอินเตอร์

   อันโตนิโอ คอนเต้คือกุนซือที่ชื่นชอบในฝีเท้าของลูกากูมาโดยตลอด และเคยพยายามคว้าตัวมาร่วมงานแล้วเมื่อครั้งยังรับงานคุมทีมเชลซีแต่ก็ทำไม่สำเร็จ “ ผมไม่เคยสงสัยในความสามารถของลูกากูอยู่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่เราไม่เคยหยุดความตั้งใจที่จะเซ็นสัญญากับเค้า การเคลื่อนไหวของเค้าสร้างประโยชน์ให้กับทีมในภาพรวม เค้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เค้าทำงานร่วมกับทีมได้ดี แต่จุดที่ผมประทับใจเค้ามาโดยตลอดมันเป็นเรื่องทัศนคติมากกว่า เค้าสู้ไม่ถอย,เป็นมิตรกับทุกคน แถมยังทำงานหนักเพื่อทีม  ” คอนเต้ยอลูกรักคนใหม่อย่างออกนอกหน้า

   โรเมลู ลูกากูไม่เป็นที่ต้องการของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เนื่องจากโอเล่ กุนน่า โซลชาหันไปให้โอกาสอองโตนี่ มาร์กซิยาลและมาร์คัช แรชฟอร์ดมากกว่า จนทำให้ศูนย์หนังวัย26ปีหนีมาตั้งหลักใหม่กับอินเตอร์มิลาน และก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะลงตัวเมื่อเจ้าตัวสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลงูใหญ่ได้ตั้งแต่นัดประเดิมสนาม อีกทั้งผู้จัดการทีมอย่างอันโตนิโอ คอนเต้ก็พร้อมจะหนุนหลังลูกากูอยู่แล้ว โดยคอนเต้ถึงขนาดประกาศให้เมาโร อิกาดี้หัวหอกขวัญใจชาวเนรัซซูรี่มองหาสโมสรใหม่ได้เลย เพราะนับจากนี้อินเตอร์จะมีเครื่องจักรถล่มประตูคนใหม่นานว่าโรเมลู ลูกากูเท่านั้น

ซัปปาคอสต้า ลาสิงห์บลูกลับบ้านเกิดสวมเสื้อหมาป่าหนึ่งซีซั่น

ซัปปาคอสต้า

   อาเอส โรม่าทีมชั้นนำในอิตาลี่ได้ป่าวประกาศต่อสาธารณะว่า พวกเค้าได้ตกลงยืมตัวดาวิเด้ ซัปปาคอสต้ามาจากเชลซีเป็นเวลา12เดือนเต็ม โดยนี่จะเป็นการได้กลับมาค้าแข้งในกัลโช่ เซเรียอาอีกครั้งของซัปปาคอสต้า หลังจากย้ายออกจากโตริโน่ในปี2017 เชื่อว่าการดึงฟูลแบ็คจอมพลังกลับบ้านเกิดในครั้งนี้เป็นเพราะเปาโล ฟอนเซก้าหมายใจจะทำอันดับเพื่อกลับไปเตะถ้วยยุโรปอีกครั้ง หลังพลาดท่าโดนลาซิโอปาดเอาโควต้ายูโรป้าลีกไปครอง เนื่องจากทีมอินทรีฟ้าขาวมีดีกรีเป็นแชมป์บอลถ้วยโคปาอิตาเลียนั่นเอง

โรม่าจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ซัปปาคอสต้า ป่าวประกาศ

   ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้าได้โชว์เพลงเตะได้อย่างยอดเยี่ยมกับโตริโน่ โดยว่ากันว่าเค้าคือตัวตายตัวแทนของมัตเตโอ ดาเมี่ยนที่ย้ายมาเป็นผู้เล่นแมนยูในซีซั่น2015/16 จึงนำพาให้ซีซั่นต่อมาซัปปาคอสต้าก็เริ่มมีชื่อติดธงอัซซูรี่ และทำให้เชลซียอมจ่ายเงิน25ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวฟูลแบ็ครายนี้มาร่วมชายคา ภายใต้ยุคการทำทีมของอันโตนิโอ คอนเต้

    คอนเต้ได้ไว้วางใจให้ซับปาตอสต้าลงสนามไปถึง31เกม แต่เมื่อสิงโตน้ำเงินครามเปลี่ยมาสู่ยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ฟูลแบ็ควัย27กะรัตก็เริ่มกลายเป็นส่วนเกินและได้รับโอกาสลงเล่นเพียง15นัด และทำให้แบ๊คขวาที่มีดีกรีติดทีมชาติอิตาลี่มาแล้ว13นัดตัดสินใจโยกย้ายออกมาหาความท้าทายในเกมฟุตบอลอีกกับโรม่า “ ผมเติบโตขึ้นเมื่อได้ย้ายไปเล่นในลีกที่ต่างออกไป แต่ตอนนี้ผมได้กลับมาบ้านแล้ว ต้องขอบคุณโรม่าที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้ผม โรม่าคือทีมหัวแถวของอิตาลี่และผมเข้ามาเพื่อช่วยทำให้ทีมกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น(ถ้วยยุโรป) ผมกำลังรอคอยการจะได้ร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นครั้งแรก มันช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน ” เจ้าของเสื้อหมายเลข2ของโรม่ากล่าวอย่างดี๊ด๊า

   และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งย่างก้าวของเชลซีที่ถือว่าน่าแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทีมดังแห่งลอนดอนโดนโทษแบนไม่สามารถซื้อผู้เล่นเพิ่มได้ และแฟรงค์ แลมพาร์ดก็ไม่ควรรีบปล่อยตัวซัปปาคอสต้าออกไปจากทีมในช่วงเวลาแบบนี้ แต่น่าจะเก็บผู้เล่นที่มีประสบการณ์ระดับติดทีมชาติอีตาลี่ไว้เป็นอะไหล่สำหรับฤดูกาลที่ยาวไกลมากกว่า โดยดาวิเด้ ซัปปาคอสต้าลงเล่นให้เชลซีไปทั้งสิ้น 46 นัดยิงได้2ประตู

บาเยิร์น ดี๊ด๊า! ต่างดาว เปิดทางให้คูตี้ขี่หลังเสือหนึ่งซีซั่น

บาเยิร์น

   ภายหลังเกมเยอรมันซุปเปอร์คัพที่บาเยิร์นมิวนิคพ่ายต่อดอร์ทมุนด์ไป0-2 แฟนบอลเสือใต้ต่างพากันวิตกว่าทีมรักจะบินไปได้ไม่ไกลเนื่องจากไร้การเสริมทัพในตำแหน่งตัวริมเส้น หลังจากนั้นไม่กี่วันรังอารีอันซ์ อารีน่าก็ทำการเปิดตัวปีกตัวจี๊ดอย่างอิวาน เปริซิสที่ยืมตัวมาจากอินเตอร์ทันที นั่นสะท้อนให้เห็นว่านิโก้ โควัชบิ๊กบอสเสือใต้ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังแก้คันอย่างถูกจุด ทว่าดูเหมือนได้หนึ่งยังไม่พอ…แต่พี่เสือจะขอสอง(ปีกตัวใหม่รายที่สอง)เมื่อมีประกาศผ่านเว็บไซต์สโมสรว่าบาเยิร์นมิวนิคได้บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับฟิลิปเป้ คูตินโญ่เป็นที่เรียบร้อย

นิโก้โควัชอวยได้คูตี้มาใช้ทำเกมรุก บาเยิร์น คึกคักแน่นอน

   ฟิลิปเป้ คูตินโญ่แนวรุกแซมบ้าไม่โชว์เพลงเตะได้อย่างสุดสะเด่าเหมือนครั้งสร้างชื่อที่แอนฟิลด์ ทำให้บาร์เซโลน่าไม่ปลื้มอย่างแรง และพยายามจะขจัดเค้าให้พ้นทีม ไม่ว่าจะเป็นการเสนอตัวพร้อมเงินก้อนโตเพื่อดีลแลกกับเนย์มาร์ทว่าก็โดนเปเอสเชบอกปัดอย่างไม่ใยดี ซ้ำร้ายทีมที่เข้าข่ายว่าอาจดึงตัวคูตินโญ่อย่างลิเวอร์พูลหรืออาร์เซนอลก็ตีนิ่งไม่ยื่นข้อเสนอแต่อย่างใด ทำให้ยอดทีมจากสเปนจำต้องใช้ไพ่ตายใบสุดท้ายนั่นคือการตอบรับข้อเสนอยืมตัวจากทีมแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างบาเยิร์นมิวนิคนั่นเอง

   “ คูตินโญ่คือนักเตะระดับท็อปที่เรามองหา เรายินดีเหลือเกินที่ได้เค้ามาร่วมงาน เค้ามีความโดดเด่นทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์,การทำทางและการพังประตู ฉะนั้นเราเชื่อว่าเกมฟุตบอลของบาเยิร์นมิวนิคจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ” นี่คือการกล่าวต้อนรับจากนิโก้ โควัชผู้จัดการทีมของเสือใต้ โดยดาวเตะแซมบ้าจะยุติบทบาทกับบาซ่าด้วยสถิติลงเล่น76นัดยิงได้21ประตูเพื่อหวังมาแจ้งเกิดอีกครั้งในเยอรมัน

   บาเยิร์นมิวนิคประสบปัญหาสำหรับเกมรุกด้านข้างในซีซั่นนี้ เนื่องจากปีกตัวเก่งอย่างฟร้องค์ ริเบรี่,ฮาเมส โรดริเกรซ และอาร์เยน ร็อบเบนต่างตบเท้าออกจากทีมไปในเวลาเดียวกัน และนั่นทำให้พวกเค้าเหลือเพียงแซตจ์ นาบรี้,คิงส์ลี่ย์ โกม็องและเรนาโต้ ซานเชสเป็นตัวเลือกเท่านั้น เป็นเหตุให้ทีมแชมป์เมืองเบียร์ต้องยืมตัวคูตินโญ่มาใช้งานเป็นการชั่วคราว เนื่องจากทีมเสือใต้มีโปรแกรมลงแข่งถึงสามรายการการในซีซั่นนี้ได้แก่ บุนเดสลีก้า,เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนั่นเอง

เอริคเซ่น จอมทัพไก่ที่จะได้ทีมใหม่ก่อนปิดตลาดอังกฤษแน่นอน

เอริคเซ่น

   ถ้าพูดถึงคลาสฟุตบอลของคริสเตียน เอริคเซ่นต้องบอกว่าคงไม่มีใครสงสัย ผลงานของเค้ากับไก่เดือยทองในขวบปีที่ผ่านมาคงจะเป็นเครื่องช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี สเปอร์สจบอันดับสามในพรีเมียร์ลีก(คว้าสิทธิไปแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)และเข้าชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ได้แค่รองแชมป์)ทว่าบัดนี้ทั้งอายุสัญญา(กำลังจะหมดซัมเมอร์หน้า)และช่วงวัยที่ถึงพร้อม ก็ทำให้จอมทัพเลือดเดนส์กำลังตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตการค้าแข้ง โดยเค้าต้องเลือกระหว่างการอยู่กับสเปอร์สต่อไป หรือเลือกย้ายไปเล่นกับทีมระดับท็อปของยุโรปซักครั้ง แต่บอกเลยว่าจากสัญญาณหลายๆด้านแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังคือเอริคเซ่นคงจะได้ชูเสื้อสโมสรใหม่ก่อนตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงอย่างแน่นอน

แมนยูเล็ง เอริคเซ่น ต้องกล้าทุ่มสวนทางกับบาซ่า,ราชันย์ที่ดึงช้าได้

   จริงๆแล้วแฟนสเปอร์สเองก็น่าจะเคยชินกับเรื่องการย้ายทีมทำนองนี้กันมาบ้าง เพราะช่วงตลาด(ซื้อขายผู้เล่น)เปิดทำการทีไรเอริคเซ่นก็มักจะมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมนั้นทีมนี้มาโดยตลอด ทว่าไม่มีครั้งใดที่เงื่อนไขมันบีบคั้นจนสเปอร์สไม่เหลือทางถอยเท่าครั้งนี้ เมื่อทีมดังแห่งลอนดอนเหลือสัญญาผูกมัดกับเอริคเซ่นแค่เพียงไม่ถึง12เดือนเต็ม นั่นเท่ากับว่าถ้ายังดื้อดึงเก็บตัวเค้าไว้กับทีมต่อไปเมื่อถึงช่วงปีใหม่เอริคเซ่นจะสามารถเจรจาย้ายทีมได้แบบฟรีๆนั่นจะทำให้ไก่เดือยทองเสียหายย่อยยับ เนื่องจากประเมินค่าตัวแล้วเอริคเซ่นน่าจะไม่ต่ำกว่า100ล้านปอนด์

   ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่า ระหว่างนี้สเปอร์สเองคงพร้อมที่จะรับฟังทุกข้อเสนอที่ยื่นเข้ามา ทว่าที่ยังไม่อยากแสดงจุดยืนชัดเจนเพราะมีแต่จะยิ่งทำให้เม็ดเงินที่จะได้ดีลนี้ลดน้อยลงอีก โดยสื่ออังกฤษต่างวิเคราะห์กันแล้วว่าค่าตัวของเอริคเซ่นในเวลานี้น่าจะตกลงมาที่50ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งตัวเลขดังกล่าวก็ทำให้ทั้งรีล มาดริด,บาร์เซโลน่า และแมนยูล้วนตาลุกวาวด้วยกันทั้งนั้น ทว่าแมนยูเองดูจะเสียเปรียบกว่าทีมอื่นๆเพราะตลาดการซื้อเข้าในอังกฤษจะปิดตัวลงในวันที่8ส.ค.นี้แล้ว เท่ากับว่าถ้าปีศาจแดงไม่อาจปิดดีลกับสเปอร์สได้ในเวลาอันสั้นนี้ รีล มาดริดและบาร์เซโลน่าจะหมดคู่แข่งไปโดยปริยายทั้งยังสามารถเล่นกับเวลาไปจนถึงก่อนช่วงตลาดปิดเพื่อหวังกดค่าตัวให้ต่ำลงไปกว่านี้อีก แต่ถึงอย่างไรซะสเปอร์สก็ไม่มีทางเลือกมากนักและจำต้องขายเอริคเซ่นให้ออกในซัมเมอร์นี้เท่านั้น เพราะเรื่องนี้มันเข้าข่ายกำอุจจาระดีกว่ากำตด

แมนยู อาจปรับแรชฟอร์ดเป็นหน้าเป้าเต็มตัวรับการมาของดีบาล่า

แมนยู

   ในขณะที่กระแสการย้ายสลับขั้วของโรเมลู ลูกากูกับเปาโล ดีบาล่ากำลังระอุ คำถามที่สอดคล้องกับสถานการณ์คือหากแมนยูได้ตัวดีบาล่ามาแล้วบทบาทในแดนหน้าอาจจะถูกยกให้มาร์คัส แรชฟอร์ดอย่างเต็มตัว ซึ่งผลพรรคเรดอาร์มี่ต่างเป็นกังวลว่าแรชฟอร์ดจะรับมือกับตำแหน่งดังกล่าวได้ดีแค่ไหน เนื่องจากที่ผ่านมาตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดดูเหมือนจะเป็นแนวรุกด้านข้างมากกว่า อีกทั้งสไตล์การเล่นของแรชฟอร์ดก็ดูจะชื่นชอบที่จะมีพื้นที่ให้เล่นเกมรุกซึ่งบทบาทดังกล่าวแตกต่างกับการยืนตำแหน่งหน้าเป้าเพื่อทำสกอร์เป็นหลักโดยสิ้นเชิง

แรชฟอร์ดโชว์สปริริตเล่นตรงไหนก็ขอให้ได้เล่นในสีเสื้อ แมนยู

   มาร์คัช แรชฟอร์ดจัดว่าเป็นเป็นลูกรักของโอเล่ กุนน่า โซลชาเลยก็ว่าได้ เพราะนับแต่โซลาเข้ามารับงานแรชฟอร์ดก็แทบจะเบียดโรเมลู ลูกากูตกไปเป็นตัวสำรองอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งสโมสรยังได้ตัดสินใจมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ที่ค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์อีกต่างหาก ทว่าข่าวการย้ายข้าวของดีบาล่าก็ดูจะเป็นการบีบให้แรชฟอร์ดต้องไปรับบทบาทกองหน้าตัวเป้าอย่างเต็มตัว “ ผมอาจไม่ถนัดตำแหน่งศูนย์หน้าตัวกลาง แต่ถ้ามันทำให้ทีมได้ประโยชน์ผมก็ยินดีที่รับมันไว้ ผมคิดว่าตัวเองสามารถเรียนรู้และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโอกาสนี้ ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้ลงเล่นให้ยูไนเต็ดฉะนั้นไม่ว่าเจ้านายจะส่งให้ผมลงไปเล่นตำแหน่งไหนในเกมรุกผมจะไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน  ”

   กระนั้นดาวยิงวัย 21 ปีก็มองว่านักเตะปีศาจแดงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมกับเกมรุกทั้งทีม “ ส่วนตัวผมคิดว่าผู้เล่นยูไนเต็ดต้องสามารถทำประตูให้ได้จากทุกตำแหน่ง มันเหมือนการแบ่งเบาภาระกันและกัน ทั้งมันยังทำให้เรามีอารมณ์ร่วมกับเกมในระดับเดียวกันอีกด้วย ” โดยแรชฟอร์ดมีส่วนร่วมกับเกมปรีซีซั่นของแมนยูอย่างเต็มตัว และเป็นที่แน่นอนว่าเจ้าตัวจะเป็นดาวยิงตัวความหวังของโอเล่ กุนน่า โซลชาในซีซั่นใหม่

   อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของเปาโล ดีบาล่าว่าที่ผีแดงตัวใหม่ก็ยังคงไม่แน่นอน แม้ว่าเค้าจะได้ข้อเสนอค่าเหนื่อยสูงถึง 300,000ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยก็ตาม สวนทางกับการตกลงรายละเอียดส่วนตัวของลูกากูกับยูเวนตุส ที่ว่ากันว่าเรียบร้อยนานแล้ว และดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมก็แทบจะนับถอยหลังการย้ายไปนับหนึ่งใหม่ที่ตูรินอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากโดนโซลชาตัดหางปล่อยวัดและไม่ได้ลงเล่นเกมปรีซีซั่นกับแมนยูเลย

ปืนใหญ่ ในปี2019/20ใครจะเป็นกัปตันคนใหม่ที่ไม่ใช่กอสเซียนี่

ปืนใหญ่

   ด้วยความงอแงของ โลร็อง กอสเซียนี่ (ปฏิเสธการเดินทางไปร่วมแข่งขันปรีซีซั่นกับทีม)แท้ๆที่ทำให้ตำแหน่งกัปตันทีมของ อาร์เซนอล มีอันต้องเปลี่ยนมือก่อนเวลาอันคว ร และกระทั่งบัดนี้ อูไน เอเมรี่ ก็ยังไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะมอบปลอกแขนให้กับใคร วันนี้เราจึงจะมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพกันว่านักเตะปืนใหญ่คนไหนบ้างที่เข้าข่ายจะเป็นกัปตันคนใหม่ของ เดอะ กันเนอร์

เอเมรี่ต้องคิดหนักเมื่อ ปืนใหญ่ มีแคนดิเดตกัปตันถึง5รายด้วยกัน

   1.กรานิต ชาก้า (80%)นักเตะเองก็ออกตัวว่าพร้อมรับบทบาทนี้อยู่แล้ว เนื่องจากในเกมระดับทีมชาติ(สวิตเซอร์แลนด์)รวมถึงสโมสรเก่าอย่าง โบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัค เจ้าตัวก็เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน กรปรกับความไว้ใจที่ อูไน เอเมรี่ มอบให้มาตลอดในซีซั่นที่ผ่านมา(ขนาดแบ็คซ้ายขาดแคลนก็ดัน ชาก้า ไปเล่นแทนมาแล้ว) ทำให้มีโอกาสสูงมากๆที่มิดฟิลด์ตีนระเบิดรายนี้จะได้เป็นกัปตันคนใหม่ในถิ่นเอมิเรตส์

   2.เมซุต โอซิล (50%)จอมทัพชาวเยอรมันเคยทำบทบาทนี้มาแล้วในซีซั่นก่อน ด้วยฝีเท้าและมันสมองที่ล้วนเป็นที่ยอมรับ ทว่าด้วยโอกาสลงเล่นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ (เอเมรี่ ไม่ค่อยให้ โอซิล ลงเล่นแบบต่อเนื่อง) รวมกับคาแรกเตอร์ที่บางคนบอกว่าติ๋มและไม่สามารถบิ้วเพื่อนร่วมทีมได้ ทำให้โอกาสที่ โอซิล จะได้รับหน้าที่น่าจะเป็นเพียงรองกัปตันเสียเท่านั้น

   3.นาโช่ มอลเรอา(40%) ผลงานในยุคปลายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ของแบ็คซ้ายรายนี้ถือว่าเจิดจรัส จนกลายเป็นดาวเตะขวัญใจของแฟนบอลด้วยผลงานเติมเกมรุกมาทำประตูได้บ่อยครั้ง กระทั่งนายใหม่อย่าง อูไน เอเมรี่ เองก็เพิ่งออกมายืนยันว่ามีชื่อของแบ็คซ้ายชาวสเปนอยู่ในลิสต์กัปตันทีมเช่นกัน แต่หากเทียบกับฟอร์มปัจจุบันที่ตกลงไปมาก มอลเรอา ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลย จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ดาวเตะวัย 33 กะรัตจะได้รับโควต้านี้

   4.โซคาตีส ปาปาตัสโตปูรอส(30%) กองหลังที่เพิ่งย้ายเข้ามาพร้อมในยุคของ เอเมรี่ และทำผลงานได้ดีพอตัว แม้จะไม่มีความเร็วมากนัก แต่กองหลังชาวกรีซทดแทนด้วยความแน่นอนในการอ่านเกม,กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่บ่อยครั้ง และเข้าสกัดหนักได้ชนิดจัดเต็ม(หวดเป็นหวด ซึ่งไม่ค่อยเห็นเกมรับสไตล์นี้ในยุคของเวนเกอร์) ทำให้มีโอกาสที่แนวรับร่างโยงจะได้ปลอกแขนไปครองเช่นกัน

   5.เซอัด โคราซินัส(10%) แบ๊คซ้ายจอมบุกที่เพิ่งสร้างวีรกรรมบู๊กับแก๊งค์โจรกรรมด้วยมือเปล่า จนแฟนบอลทีมไหนๆก็รู้จัก แม้เจ้าตัวจะเป็นตัวหลักในทีม ทว่าคงยังเร็วเกินไปที่จะมอบบทบาทผู้นำให้

วิเคราะห์บอล ก่อนเตะโมร็อกโกเปิดศึกดวลอิหร่านในศึกฟุตบอลโลก

วิเคราะห์บอล

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้นั้นก็ได้จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย โดยเกมการแข่งขันในกลุ่มบีคู่นี้นั้นระหว่างทางด้านทีมชาติโมร็อกโก ที่จะต้องเจอกับ ทีมชาติอิหร่าน โดยทั้งสองทีมนั้นก็ต้องยอมรับแหละครับว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมากเลยนะครับกับการที่เปิดศึกในการแข่งขันของฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เพราะทั้งสองทีมนั้นก็มีเป้าหมายเดียวกันก็คือการเก็บชัยชนะและเก็บสามแต้มไปให้ได้ทุกเกมนั่นเอง เพื่อที่จะได้มีสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นเรามาดูกันสิว่าคู่นี้นั้นก่อนที่จะลงเตะกันความพร้อมของทั้งสองทีมเป็นอย่างไรกันบ้าง

วิเคราะห์บอล ทีมชาติโมร็อกโกความพร้อมเกินร้อยเปอร์เซ็นต์

แน่นอนนะครับว่าทางด้านทีมชาติโมร็อกโกนั้นก็เตรียมความพร้อมกันอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งก็จะต้องรอลุ้นว่าทางด้าน นาบีล ดิราร์ นั้นจะสามารถที่จะฟิตลงสนามในเกมนี้ได้หรือเปล่า แต่ก็ยังดีนะครับที่ทางทีมนั้นก็ยังมี ซุฟยาน อัมรอบัฎ พร้อมทำหน้าที่แทนอยู่นั่นเอง ส่วนในตำแหน่งอื่นๆ ของทีมชาติโมร็อกโกนั้นก็คิดว่าน่าจะมีความพร้อมกันอย่างเต็มร้อยอย่างแน่นอน เพราะในศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องการจะเก็บชัยชนะให้ได้นั่นเอง โดยผลงานที่ผ่านมารของโมร็อกโกนั้นแน่นอนก็สามารถที่จะเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ใน 20 ปีด้วยกัน โดยสถิติที่ดีที่สุดนั้นก็น่าจะเป็นในช่วงปี 1986 ที่ผ่านมานั่นเอง ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อีกด้วย ซึ่งในครั้งนี้ฟันธงได้เลยนะครับว่าจะมาพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและน่าจะเก็บชัยชนะในเกมนี้ไปได้อย่างแน่นอน

อิหร่านไม่น้อยหน้าพร้อมลุยสู้กับโมร็อกโก

ในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติอิหร่านก็น่าจะไม่ได้ใช้งาน ซะอีด เอซะโตลาฮึ ที่ยังคงมีติดโทษแบนอยู่นั้น ซึ่งก็ทำให้ ชูจาเอ ก็คิดว่าน่าจะต้องมาลงสนามในเกมนี้นั่นเอง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับดูเหมือนความพร้อมของทีมชาติอิหร่านนั้นก็ยังจะไม่ค่อยสมบูรณ์แบบสักเท่าไรก็คิดว่าในเกมนี้ทางด้านทีมชาติโมร็อกโก นั้นก็น่าจะเก็บชัยชนะไปได้นั่นเอง แถมสถิติที่ผ่านมานั้นอิหร่านก็ยังไม่สามารถที่จะทำผลงานได้ดีสักเท่านะครับ แต่ในการกลับมาคัมแบ็คฟุตบอลโลกในครั้งนี้นั้นก็น่าจะสู้กันอย่างเต็มที่แน่นอนเพื่อที่จะเก็บชัยชนะในเกมนี้มาให้ได้ แถมการกลับมาเล่นฟุตบอลโลกในครั้งที่ 3 นี้นั้นก็คิดว่าน่าจะทำผลงานได้ดีอย่างแน่นอน